ONLINE INVASION
FROM CHINA
การค้ายุคใหม่ อย่าไว้ใจทาง อย่าวางใจจีน

ด้วยสถานการณ์ตลาดค้าปลีกออนไลน์ทั่วโลกและในไทยที่มีการขยายขึ้นอย่างรวดเร็ว จึงเป็นหนึ่งเรื่องสำคัญที่ คุณภาวุธ พงษ์วิทยภานุ CEO จาก Tarad.com เลือกนำมาเล่าในงาน Creative Talk Conference 2018 เพื่อให้ผู้ประกอบการไทยตามทันตลาดค้าปลีกออนไลน์ ที่กำลังจะเปลี่ยนแปลงตลาดการค้าปลีกอย่างมาก และมีแนวโน้มความน่ากลัวเรื่อยไปในอนาคต

 

ธุรกิจออนไลน์ของจีนคุกคามทุกชาติ

Aliexpress เป็น Ecommerce ที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายและมีต่างชาติใช้กันจำนวนมาก จุดเด่นคือถูกและส่งฟรีทุกชิ้นเกือบทั่วโลก สาเหตุที่ทำให้ส่งฟรีได้นั้นเพราะ Aliexpress มีการส่งของแบบเหมาชิ้นจำนวนมาก รวมถึงของราคาเล็กน้อยทำให้ไม่ต้องจ่ายภาษี

แต่ที่แซงหน้า Aliexpress ตอนนี้เห็นที่จะเป็น Alibaba ตลาดค้าส่งออนไลน์ ทำให้ผู้ผลิตจากจีนเข้าถึงผู้บริโภคได้ในราคาที่ถูกมาก รวมไปถึงล่าสุด Alibaba ได้ซื้อ Lazada ไปแล้วเรียบร้อย

แม้กลุ่มทุนจีนจะแสดงออกในท่าทีมาลงทุนและให้ความช่วยเหลือ แต่การลงทุนของจีนนั้นแตกต่างกับญี่ปุ่นที่เข้ามาสร้างโรงงาน จ้างคนซึ่งยังช่วยเพิ่ม GDP ให้ไทย แต่จีนนั้นเข้ามาสร้าง Infrastructure ต่างๆ อย่างรถไฟฟ้า อย่าง Ecomerce Park เพื่อที่จะนำของของตัวเองขนเข้ามาขายในไทยเท่านั้น

SME ไทยกำลังอยู่ในกลุ่มอันตราย

SME  2 กลุ่มที่อยู่ในจุดอันตรายมาก กลุ่มแรก คือ คนที่นำเข้าของจากจีน เพราะจีนหอบสินค้าตรงเข้ามาหาเราแล้ว กลุ่มสอง คือ คนที่เป็นผู้ผลิตที่จะไม่สามารถสู้ราคาผลิตที่ต่ำกว่าของจีนได้ไหว

นอกจากกลุ่ม Alibaba แล้ว ตอนนี้กลุ่ม JD ก็ได้เข้ามาร่วมลงทุนกับกลุ่มเซนทรัลของไทย ซึ่งมีลักษณะการค้าแบบ First Party เช่นเดียวกับ Amazon ที่มีสินค้าและ Ware House เป็นของตัวเอง ดังนั้นการร่วมทุนจะมีอยู่ 3 ส่วน คือ Ecommerce, Elogistic และ FinTech หลังจากธนาคารแห่งประเทศไทยให้เปิด E-markerplace Platform ได้ ทำให้ธนาคารต้องปรับตัวมหาศาลเพราะไม่มี Data ไม่มี Logistic แต่ตอนนี้ทุนจีนมีทั้งหมดอยู่แล้ว

จุดที่น่าสนใจของ 2 เว็บไซต์นี้ ทั้ง Alibaba และ JD คือ มี marker share กว่า 82 เปอร์เซ็นต์ของธุรกิจค้าปลีกออนไลน์ในจีน และตอนนี้ 2 เจ้านั้นกำลังอยู่ในประเทศไทย กลายเป็นภัยคุกคามที่น่ากลัว

จีนบุกประเทศไทยและอาเซียนหนัก “ทุกทาง”

กลุ่ม BAT ที่มาจาก Baidu, Alibaba และ Tensent กำลังขยายตัวออกไปทั่วโลกและมูลค่าโตขึ้นมหาศาล ซึ่งกำลังบุกไทยและอาเซียนอย่างหนักโดยใช้ยักษ์ใหญ่อย่าง Marketplace เช่น Lazada และ JD.com นอกจากนั้นยังมีกลุ่มรายย่อยบุกเข้ามาทาง Social Media อย่าง Facebook ที่มักจะพบว่า ในเพจขายของปลีกสะกดไทยไม่ถูกต้อง ตอบด้วยภาษาอังกฤษสลับกับไทย รวมถึงมีการทำหลายเว็บไซต์ในลักษณะนี้ อาศัยการซื้อโฆษณาเพื่อให้เข้าไปซื้อสินค้า ยิ่งไปกว่านั้นกลุ่มทุนจีนนี้ยังลงทุนด้าน Infrastructure อย่างหนักผ่าน Ecommerce Park ด้วย

กำลังซื้อมหาศาลจะถูกเคลื่อนย้าย จะลดกำลังซื้อจากออฟไลน์ไปที่ออนไลน์ นี่อาจจะกลายเป็นจุดเริ่มต้นของความหายนะในธุรกิจรากหญ้าไทย เพราะไม่มีใครซื้อของในตลาดนัดอีกแล้ว ซึ่งไม่ใช่แบทเทิลฟีลของคนไทยแต่เป็นของต่างชาติ

6 กลยุทธ์การรับมือการบุกของธุรกิจจีนทางออนไลน์

  • เริ่มวางแผนการสร้างแบรนด์ให้สินค้าเป็นที่รู้จักและขายตรงไปสู่ผู้ซื้อสินค้าได้
  • พัฒนาธุรกิจให้มีประสิทธิภาพ เพราะนี่คือจุดอ่อนของค้าปลีกไทยโดยการใช้เทคโนโลยี
  • ต้องเพิ่มช่องทางการขาย ต้องขายทั่วโลก ไปขายให้หมด อยู่แค่ในไทยไม่ได้แล้ว เพราะ marketplace ก็มีทั่วโลกเหมือนกัน
  • ขายออกต่างประเทศได้แล้ว
  • ต้องสร้างทีมที่มาโฟกัสกับการนำธุรกิจเข้าออนไลน์ แล้วเอาทีมมาขายออนไลน์ให้ได้
  • ผู้ประกอบการต้องเข้าใจการนำธุรกิจเข้าสู่ออนไลน์ โดยการเรียนรู้ ใช้จริง ซื้อจริง

นอกจากจีนแล้วก็ยังมีคนอื่น

11.11 Street บริษัทเกาหลีที่พยายามเข้ามาเป็นเบอร์ 2 ในไทยต่อจาก Lazada แต่ไม่สามารถเอาชนะ Shopee ซึ่งเป็นกลุ่มทุนจากสิงคโปร์ในลักษณะการทำธุรกิจแบบเอาเงินสาดไปเผาไปเพื่อไล่เจ้าเก่าออก ซึ่งมองได้สองแง่ แง่หนึ่งคือการรุกราน แต่อีกแง่คือ สามารถกระตุ้นให้คนไทยเข้าออนไลน์ด้วยเงินแบบที่ไม่มีกลุ่มทุนไทยทำได้ สุดท้ายตอนนี้ประเทศไทยน่ากลัวมาก ธุรกิจค้าปลีกจะอยู่ในมือของต่างชาติ รวมถึงธุรกิจ Financial และ Logistic ด้วย

ค้าปลีกจะไม่ใช่ของคนไทยอีกต่อไป

เน้นย้ำอีกครั้งว่า Ecommerce ทั้งโลกจะอยู่ใต้ Amazon กินยุโรป อเมริกา อินเดีย ในขณะที่กลุ่มจีนกำลังเริ่มแผ่ขยายในอาเซียนและเริ่มกินไปเรื่อยๆ ต่อไปค้าปลีกจะไม่ใช่ของคนไทย คนไทยจะเป็นผู้ซื้อและเอาของเข้าไปขายเฉยๆ ซึ่งเกิดขึ้นไปแล้วในธุรกิจท่องเที่ยว ทั้ง Price Line อย่าง Agoda ที่กำลังแข่งกับ Expedia ซึ่งเป็นกลุ่มบริษัทขนาดใหญ่ ทำให้ปัจจุบันธุรกิจท่องเที่ยวไทยและอาเซียนถูกผูกขาดไปแล้ว

สถานการณ์และการปรับตัวของผู้ค้าไทย การค้าออนไลน์จะมาแน่ ต่อจากนั้นเทคโนโลยีใหม่จะเริ่มเข้ามาและโฆษณาจะฉลาดเป็นกรด ใครใช้โฆษณาเก่งกว่า ใครเข้าใจการใช้ Data ก็จะซื้อผู้บริโภคได้มากกว่า ต่อไปคนไทยต้องทำได้ทั้ง Online และ Offline ซึ่งกำลังอยู่ในยุคที่มีการเปลี่ยนผ่านรุนแรงมากๆ ยุคหนึ่ง

 

สามารถชมวิดีโอย้อนหลังได้ที่ คลิก

 

%d bloggers like this: