เปลี่ยนให้หมดเปลือก
เลือกชีวิตที่ดีกว่า

หลายคนตั้งคำถามว่าทำไมชีวิตดูเหมือนไร้จุดหมาย ในระหว่างที่เวลาดำเนินไปเรื่อยๆ แต่ละวัน อาจดูเหมือนไม่มีเส้นชัยให้วิ่งเข้าหา และถึงแม้ช่วงนี้จะเพิ่งผ่านพ้นต้นปีไปไม่นาน แต่หลายคนอาจยังไม่มีแรงบันดาลใจในการเริ่มต้นเปลี่ยนแปลงอะไรใหม่ๆ

รู้ไหมว่า? หนึ่งในวิธีที่ทำให้ชีวิตมีพลังผลักดันเราไปข้างหน้า ก็คือการตั้ง Life Goals ให้กับตัวเอง แล้วปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้เป็นไปตามนั้น อย่าปล่อยให้เวลาเลยผ่านไปเรื่อยๆ ลองมาเริ่มต้นจากการลิสต์ว่าอะไรคือภาพของชีวิตที่ดีในแบบที่ใฝ่ฝันไว้ แล้วลองหาวิธีผลักดันตัวเองไปสู่จุดที่ต้องการ ซึ่งสิ่งที่ต้องทำก็คือ การเปลี่ยนแปลง อย่างที่มีคำกล่าวไว้ว่า

Your life does not get better by chance, it gets better by change!

เป้าหมายของแต่ละคนต่างกันออกไป บางคนตั้งเป้าอยากแต่งงานก่อนอายุ 30 ปี อยากมีลูกไวๆ จะได้เป็นคุณแม่ยังสาว อยากทำตามความฝันที่เคยคิดไว้ บางคนอยากมีอิสระทางการเงิน และได้ทำในสิ่งที่ต้องการ ความต้องการเหล่านี้ จะเกิดขึ้นได้ไม่ยาก แค่เราเริ่มต้น ปรับ และเปลี่ยนแปลง นี่คือตัวอย่างของ 4 ผลลัพธ์ที่ดี ถ้าไม่หยุดไว้แค่ความคิด แต่ลงมือเปลี่ยนกันตั้งแต่วันนี้

sansiri blog 2

เปลี่ยนโอกาส สร้างอนาคต

เพราะอิสระทางการเงิน หรือโอกาสทางการเงินที่ดีขึ้น เกิดขึ้นได้ไม่ยาก แค่กล้าที่จะเปลี่ยน ลองปรับมุมมองใหม่ เปลี่ยนรูปแบบการเก็บออมเงิน จากที่เคยฝากบัญชีธนาคารเพื่อคาดหวังดอกเบี้ย หรือลงทุนในหุ้นที่ผันผวนและมีความเสี่ยง แค่เปลี่ยนมาลงทุนในอสังหาริมทรัพย์อย่าง บ้าน หรือ ทาวน์เฮาส์ เพื่อเปิดโอกาสให้เงินงอกเงยและเติบโต หรือปีนี้จะริเริ่มหาซื้อคอนโดทำเลดีมาปล่อยเช่า เพื่อเป็นรายได้และกลายเป็นทรัพย์สินของเราต่อไปในอนาคต เอาง่ายๆ เลย ถ้าเลือกฝากธนาคารไม่ว่าจะเลือกฝากในบัญชีออมทรัพย์หรือฝากประจำ ก็อาจจจะได้ผลตอบแทนปีละ 0.5 – 1.75 เปอร์เซ็นต์ เงินจำนวนนี้ถ้าเทียบกับการลงทุนอื่นๆ นับว่าเป็นผลตอบแทนที่ค่อนข้างต่ำ ดังนั้นถ้ามีเป้าหมายทางการเงินที่ชัดเจนและมีเงินเก็บจำนวนหนึ่ง จึงควรมองหาการลงทุนที่สามารถทำให้เงินทำงานได้มากกว่านี้ อย่างเช่นการซื้ออสังหาริมทรัพย์ให้เช่า จะได้ผลตอบแทนปีละ 5-8 เปอร์เซ็นต์ และในระยะยาวอสังหาริมทรัพย์ก็ราคาขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลายคนน่าจะเคยคิด แต่ยังกล้าๆ กลัวๆ ไม่ต้องมัวแต่กังวล ถึงเวลาแล้วที่จะเปิดโอกาสให้ตัวเองได้ค้นพบโอกาสทางการเงินที่ดีขึ้น เพื่อจะได้นำไปต่อยอดให้ความฝันอื่นๆ เป็นจริงได้ไวขึ้นกว่าเดิม

sansiri blog

เปลี่ยนอนาคต ย่นเวลา

หลายคนมองหาภาพไปไกลในอนาคต แต่ต้องไม่ลืมว่าความสุขเกิดขึ้นได้ในปัจจุบัน นั่นก็คือในแง่ของเวลาที่เราสามารถใช้ร่วมกันกับคนที่เรารักได้ ลองปรับพฤติกรรมใหม่ เปลี่ยนสิ่งต่างๆ ที่ช่วยให้ชีวิตมีเวลาอยู่ร่วมกันมากขึ้น เช่น เปลี่ยนทำเลที่อยู่ มองหาสถานที่ที่ช่วยประหยัดเวลาการเดินทางได้มากที่สุด เพื่อให้มีเวลาเหลือทำกิจกรรมอื่นๆ กับคนในครอบครัวมากขึ้น  ถ้ามีลูก ก็หาที่อยู่ที่ใกล้กับโรงเรียน เพื่อให้เด็กๆ ได้มีคุณภาพชีวิตที่ดี ไม่ต้องงัวเงียปลุกกันตั้งแต่เช้ามืด ไม่ต้องนั่งหลับบนรถ ไม่ต้องเร่งรีบทานข้าวเช้าในเวลารถติด ง่ายๆ เลยแค่ในแต่ละวัน เราอาจจะต้องใช้เวลาบนถนนระหว่างบ้านและโรงเรียน ไป – กลับ รวมๆ เวลาเกือบ 3-4 ชั่วโมงในการเดินทาง ทำไมถึงไม่เอาเวลาเหล่านั้น ไปทานข้าวพร้อมหน้า ให้ลูกๆ เล่าเรื่องที่เจอในแต่ละวันให้ฟัง หรือชวนเด็กๆ มาทำกับข้าวเตรียมอาหารฝึกเข้าครัวไปพร้อมๆ กัน ได้เรียนรู้ทักษะใหม่ๆ ได้มีเวลาให้กันมากขึ้น แค่นี้ก็น่าจะช่วยให้มองภาพอนาคตของครอบครัวที่เต็มไปด้วยความสุขและมีคุณภาพได้ชัดเจนขึ้นแล้ว  เริ่มต้นจากการเปลี่ยนจุดเล็กๆ จุดเดียวเท่านั้นเอง

sansiri blog

เปลี่ยนขนาด เติมเต็มพื้นที่

‘Size does matter’ จริงๆ สำหรับเรื่องนี้ บางทีเราอาจไม่ทันคิดว่า ขนาดและประเภทของบ้านมีผลต่อความรู้สึกเมื่ออยู่อาศัยมากแค่ไหน คงไม่มีใครอยากอึดอัดในพื้นที่ที่ควรผ่อนคลายมากที่สุด ทำไมเราไม่ปรับเปลี่ยนด้วยการเติมเต็มครอบครัวให้สมบูรณ์มากขึ้น มองหาที่อยู่อาศัยที่มีขนาดพอเหมาะกับทั้งครอบครัว เพื่อให้ “บ้าน” เป็นสถานที่ที่ทุกคนอยากใช้เวลาอยู่มากที่สุด เพราะเป็นทั้งที่พักผ่อน และยังรองรับได้ทุกกิจกรรมของแต่ละคน เช่น มีพื้นที่เล่นเรียนรู้สำหรับเด็กๆ ห้องครัวสำหรับคุณแม่ ห้องทำงานสุดสร้างสรรค์สำหรับลูก ยิ่งเมื่อดูข้อมูลจากรายงานของ UNFPA Thailand ก็จะพบว่ารูปแบบหลักของสังคมไทย คือครอบครัวสามรุ่นในครอบครัวเดียว (รุ่นปู่ย่าตายาย รุ่นลูก รุ่นหลาน) ซึ่งมีมากที่สุดคิดเป็น 33.6% ส่วนครอบครัวแบบพ่อแม่ลูกมีจำนวน 26.6%* แสดงให้เห็นชัดเลยว่า การอยู่อาศัยแบบครอบครัวคนไทยนั้น เป็นวัฒนธรรมของการใช้ชีวิตครอบครัวใหญ่มาเนิ่นนาน อยู่ร่วมบ้านกันอย่างอบอุ่น  เราเองก็อยากเห็นผู้คนที่เรารักได้มีพื้นที่ของตัวเองในการใช้ชีวิตอย่างมีความสุขเต็มที่ เพราะจะทำให้ทุกคนในบ้านได้ทำกิจกรรมต่างๆ พร้อมหน้ากันด้วย เปลี่ยนทั้งที ต้องมองหาบ้านที่มีขนาดพื้นที่พอที่จะสุขด้วยกันได้ทั้งครอบครัว

เปลี่ยนสถานะ เพิ่มความสุข

ปฏิเสธไม่ได้ว่า หลายคนมองหาชีวิตคู่ที่สมบูรณ์แบบ ดังนั้นการก้าวเข้าสู่สถานะสามี ภรรยา จึงเป็นโมเม้นต์สำคัญและน่าจดจำ อ้างอิงจากตัวเลขจาก World Marriage Data ของ United Nation ที่เผยว่า อายุเฉลี่ยในการแต่งงานของคนไทยอยู่ที่ 26.7 ปี ซึ่งถือว่าเป็นช่วงวัยที่เรียกว่าเหมาะสมต่อการมีชีวิตคู่ที่สุด และเมื่อสถานะเปลี่ยนไปปัจจัยสำคัญอย่างที่อยู่อาศัยก็เปลี่ยนไปด้วย เมื่อสองคนต้องแพลนชีวิตร่วมกันเพื่อเลือกสิ่งที่ดีที่สุด และหนึ่งในปัจจัยหลักๆ ก็คือที่อยู่อาศัย ถึงตอนนี้คงต้องปรับเปลี่ยนความคิดของเรา เพื่อปรับให้เจอตรงกลางกับใครอีกคน จะได้มีความสัมพันธ์ที่ยั่งยืนและเต็มไปด้วยความสุขกับคนที่ต้องอยู่เป็นคู่ชีวิตกันไปอีกนาน

โปรหมดเปลือก

เพราะการปรับเปลี่ยนเพียงเล็กน้อย อาจนำมาด้วยสิ่งดีๆ ที่ยิ่งใหญ่  และถ้าคุณคือคนหนึ่งที่อยากเปลี่ยนเพื่อสิ่งที่ดีกว่า แสนสิริมีโปรโมชัน “โปรหมดเปลือก”  ครั้งเดียวของแสนสิริที่คัดส่วนลดเน้นๆ สูงสุดถึง 12 ล้านบาท โดยมีอสังหาริมทรัพย์หลากหลายประเภท ทั้งบ้านเดี่ยว คอนโดมิเนียม หรือ ทาวน์เฮาส์ ในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด พร้อมอยู่ พร้อมโอน รวมกว่า 30 โครงการทั่วประเทศ ในราคาที่หลากหลาย

ถ้าใครอยากเปลี่ยนแปลง และกำลังมีแผนที่จะซื้ออสังหาริมทรัพย์โดยต้องการขอสินเชื่อจากธนาคารแบบเต็มเม็ดเต็มหน่วย นี่คือโอกาสสุดท้ายก่อนที่มาตรการคุมเข้มสินเชื่อบ้านจะถูกบังคับใช้ในวันที่  1 เมษายน  2562  อัพเดทโปรโมชันต่อได้ที่ โปรหมดเปลือก วันนี้ – 15 มีนาคมนี้ siri.ly/nowornever-co

close

[Checklist] การตรวจรับบ้าน

เตรียมเป็นเจ้าของบ้านป้ายแดงอย่างมั่นใจ

%d bloggers like this: